ข่าว

JWD วางหมากรุกขยายธุรกิจใน CLMV ขึ้นแท่นผู้นำด้านโลจิสติกส์อาเซียน

Back02 กุมภาพันธ์ 2559

JWD ผู้นำธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ภาคพื้นดินอย่างครบวงจร เปิดแผนปี 59 รุกขยายธุรกิจในอาเซียนเต็มสูบ ล่าสุดเปิดคลังสินค้าทั่วไปและสินค้าควบคุมอุณหภูมิแช่เย็นและแช่แข็งในกลุ่มประเทศ CLMV นำร่องใน สปป.ลาว เมื่อ 4 มกราคมที่ผ่านมาและทยอยเปิดที่เมียนมาร์และกัมพูชาในเดือนกุมภาพันธ์และเดือนกรกฎาคมนี้ ด้านผู้บริหารลั่นเดินหน้าขยายการลงทุนในอาเซียนต่อเนื่อง รองรับการเปิด AEC และเป้าหมายขึ้นแท่นเป็นผู้นำด้านโลจิสติกส์อาเซียน คาดรายได้รวมปีนี้เติบโตเป็นเลข 2 หลักและแนวโน้มกำไรสุทธิโดดเด่น พร้อมเร่งศึกษาแนวทางการระดมทุนผ่านการจัดตั้งกอง REIT หรือการออกหุ้นกู้ เพื่อนำมาขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

นายชวนินทร์ บัณฑิตกฤษดา ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JWD ผู้นำธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ภาคพื้นดินอย่างครบวงจร เปิดเผยว่า ในปี 2559 บริษัทฯ วางเป้าหมายรายได้เติบโตเป็นตัวเลข 2 หลัก เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ขณะที่อัตรากำไรสุทธิคาดว่าจะเติบโตในอัตราที่สูงกว่ารายได้ เนื่องจากมีต้นทุนทางการเงินลดลงและสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายด้านการขายและการตลาด (SG&A) ได้ดีขึ้น โดยปัจจัยการเติบโตจะมาจากการขยายธุรกิจให้บริการด้านโลจิสติกส์ของ JWD ทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน เพื่อรองรับเศรษฐกิจในประเทศที่เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวและการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ AEC อย่างเป็นทางการในปี 2559 ซึ่งจะส่งผลดีต่อการลงทุนขยายฐานการผลิตในภูมิภาคนี้และช่วยสนับสนุนความต้องการใช้บริการด้านโลจิสติกส์เพิ่มขึ้น

ส่วนแนวทางขยายธุรกิจในปีนี้นั้น บริษัทฯ ได้เปิดกว้างรูปแบบการลงทุนโดยมีทั้งการเข้าไปลงทุนพัฒนาโครงการเอง หรือการร่วมทุนกับพันธมิตรธุรกิจท้องถิ่นในแต่ละประเทศและการเข้าควบรวมกิจการ (M&A) โดยแผนขยายธุรกิจในไทยนั้น บริษัทฯ อยู่ระหว่างดำเนินการปรับปรุงพื้นที่รับฝากสินค้าเดิมที่อยู่ในเขตพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง ให้เป็นศูนย์รวมการเก็บและกระจายสินค้าเข้าสู่ตู้คอนเทนเนอร์ มีพื้นที่ 9,000 ตารางเมตรและปรับปรุงพื้นที่เป็นศูนย์กระจายสินค้าอันตรายอีก 6,000 ตารางเมตร โดยจะเปิดให้บริการในช่วงปลายไตรมาส 2 นี้

ขณะเดียวกันจะมุ่งขยายธุรกิจให้บริการรับฝากและบริหารยานยนต์เชิงรุกแบบ On-Site Service ถึงภายในพื้นที่โรงงานผลิตรถยนต์ของลูกค้า รวมถึงอยู่ระหว่างพิจารณาบรรยากาศการค้าการลงทุนของไทย ก่อนตัดสินใจนำที่ดินย่านถนนบางนา - ตราด ก.ม.19 จำนวน 33 ไร่ มาพัฒนาเป็นคลังสินค้าเพิ่มเติมเพื่อรองรับความต้องการใช้บริการด้านโลจิสติกส์ที่เพิ่มขึ้น

ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร JWD กล่าวว่า ส่วนแผนลงทุนขยายธุรกิจในต่างประเทศนั้น บริษัทฯ ได้ร่วมทุนกับ RMA Group ซึ่งเป็นผู้ดำเนินธุรกิจแฟรนไชส์ร้านอาหารบริการด่วน อาทิ เดอะพิซซ่า คอมปะนี, สเวนเซ่นส์, บีบีคิว ชิกเก้น, คอสต้า คอฟฟี่ ฯลฯ เพื่อลงทุนโครงการคลังสินค้าทั่วไปและสินค้าควบคุมอุณหภูมิแช่เย็นและแช่แข็งในกลุ่มประเทศ CLMV ได้แก่ ประเทศ สปป.ลาว ซึ่งเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 4 มกราคมที่ผ่านมา ส่วนในเมียนมาร์เตรียมเปิดให้บริการเดือนกุมภาพันธ์นี้ ขณะที่ในกัมพูชาจะเปิดให้บริการในเดือนกรกฎาคมนี้

“เรามีแผนขยายการลงทุนด้านโลจิสติกส์ในภูมิภาคอาเซียนนี้อย่างต่อเนื่อง โดยอยู่ระหว่างศึกษาการลงทุนในอีกหลายประเทศ เช่น เมียนมาร์ สปป.ลาว กัมพูชา เวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ซึ่งเรามองว่าในภูมิภาคอาเซียนยังมีโอกาสขยายธุรกิจได้อีกมาก เพื่อผลักดันให้ JWD บรรลุเป้าหมายสู่การเป็นผู้นำธุรกิจด้านโลจิสติกส์ภาคพื้นดินอย่างครบวงจรในอาเซียน” นายชวนินทร์ กล่าว

ดร.เอกพงษ์ ตั้งศรีสงวน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน JWD กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปี 2559 บริษัทฯ มีแผนระดมทุนประมาณ 2,000 ล้านบาท เพื่อนำมาใช้ในการขยายธุรกิจในภูมิภาคอาเซียนอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษารูปแบบการระดมทุนผ่านการจัดตั้งกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์หรือ REIT หรือระดมทุนโดยการออกหุ้นกู้ ซึ่งคาดว่าจะสามารถสรุปได้ในไตรมาส 2 ปีนี้